หน า ๖ พระราชบ ญญ ต พ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต พ.ศ. ๒๕๔๙ ภ ม พลอด ลยเดช ป.ร. ให ไว ณ ว นท ๓ ม นาคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป นป ท ๖๑ ในร ชกาลป จจ บ น พระบาทสมเด จพระปรม นทรมหาภ ม พลอด ลยเดช ม พระบรมราชโองการโปรดเกล า ฯ ให ประกาศว า โดยท เป นการสมควรม กฎหมายว าด วยการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต จ งทรงพระกร ณาโปรดเกล า ฯ ให ตราพระราชบ ญญ ต ข นไว โดยค าแนะน าและย นยอมของร ฐสภา ด งต อไปน มาตรา ๑ พระราชบ ญญ ต น เร ยกว า พระราชบ ญญ ต พ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต พ.ศ. ๒๕๔๙ มาตรา ๒ พระราชบ ญญ ต น ให ใช บ งค บต งแต ว นถ ดจากว นประกาศในราชก จจาน เบกษา เป นต นไป มาตรา ๓ ในพระราชบ ญญ ต น การบร หารงานย ต ธรรม หมายความว า การด าเน นการท เก ยวก บการบร หารจ ดการในการ อ านวยความย ต ธรรม การป องก นและแก ไขป ญหาอาชญากรรม การค มครองความปลอดภ ยในช ว ต และทร พย ส น การค มครองส ทธ เสร ภาพให ก บประชาชน การบ งค บการตามกฎหมายและการอ านวย
หน า ๗ ความสะดวกแก ประชาชน แต ไม รวมถ งอ านาจอ สระในการพ จารณาพ พากษาอรรถคด ของศาล และการด าเน นการของหน วยงานอ สระตามร ฐธรรมน ญ คณะกรรมการ หมายความว า คณะกรรมการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ส าน กงาน หมายความว า ส าน กงานก จการย ต ธรรม ร ฐมนตร หมายความว า ร ฐมนตร ผ ร กษาการตามพระราชบ ญญ ต น มาตรา ๔ การด าเน นการตามพระราชบ ญญ ต น ต องไม กระทบกระเท อนอ านาจอ สระของ ศาลและการบร หารราชการของหน วยงานของศาล หร อหน วยงานอ สระตามร ฐธรรมน ญ รวมท งการใช อ านาจหน าท ตามกฎหมายของหน วยงานท เก ยวข อง มาตรา ๕ ให ร ฐมนตร ว าการกระทรวงย ต ธรรมร กษาการตามพระราชบ ญญ ต น หมวด ๑ คณะกรรมการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต มาตรา ๖ ให ม คณะกรรมการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ประกอบด วย นายกร ฐมนตร หร อรองนายกร ฐมนตร ซ งนายกร ฐมนตร มอบหมาย เป นประธานกรรมการ ร ฐมนตร ว าการกระทรวงย ต ธรรมเป นรองประธานกรรมการ ปล ดกระทรวงการคล ง ปล ดกระทรวง มหาดไทย ปล ดกระทรวงย ต ธรรม ปล ดกระทรวงเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร อ ยการส งส ด เจ ากรมพระธรรมน ญ ผ บ ญชาการต ารวจแห งชาต เลขาธ การคณะกรรมการกฤษฎ กา เลขาธ การ คณะกรรมการป องก นและปราบปรามการท จร ตแห งชาต เลขาธ การคณะกรรมการป องก นและ ปราบปรามการฟอกเง น เลขาธ การคณะกรรมการป องก นและปราบปรามยาเสพต ด เลขาธ การ คณะกรรมการพ ฒนาการเศรษฐก จและส งคมแห งชาต เลขาธ การคณะร ฐมนตร เลขาธ การส าน กงาน ศาลปกครอง เลขาธ การส าน กงานศาลย ต ธรรม เลขาธ การเนต บ ณฑ ตยสภา นายกสภาทนายความ คณบด คณะน ต ศาสตร หร อเท ยบเท าของสถาบ นอ ดมศ กษาของร ฐท กแห งซ งเล อกก นเองให เหล อหน งคน คณบด คณะน ต ศาสตร หร อเท ยบเท าของสถาบ นอ ดมศ กษาของเอกชนท กแห งซ งเล อกก นเองให เหล อ หน งคน ผ แทนกระทรวงย ต ธรรม ผ แทนส าน กงานคณะกรรมการข าราชการพลเร อน ผ แทนส าน ก งบประมาณ ผ ทรงค ณว ฒ ซ งได ร บแต งต งจากคณะร ฐมนตร จ านวนสามคนเป นกรรมการ และ ผ อ านวยการส าน กงานก จการย ต ธรรมเป นเลขาน การ
หน า ๘ ให คณะกรรมการแต งต งข าราชการในกระทรวงย ต ธรรมจ านวนไม เก นสองคนเป น ผ ช วยเลขาน การ มาตรา ๗ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ตามมาตรา ๖ จะต องแต งต งจากผ ท ม ความร ความ เช ยวชาญหร อม ประสบการณ ในด านอาชญาว ทยา ส งคมว ทยา จ ตว ทยา เศรษฐศาสตร เทคโนโลย สารสนเทศ กฎหมาย หร อด านอ นท เป นประโยชน ต อการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรม ให กรรมการผ ทรงค ณว ฒ อย ในต าแหน งคราวละส ป กรรมการซ งพ นจากต าแหน งอาจได ร บ การแต งต งใหม ได แต จะด ารงต าแหน งต ดต อก นเก นสองวาระไม ได ในระหว างท ย งม ได แต งต งกรรมการผ ทรงค ณว ฒ ให คณะกรรมการประกอบด วยกรรมการ เท าท ม อย มาตรา ๘ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ต องม ค ณสมบ ต และไม ม ล กษณะต องห าม ด งต อไปน (๑) ม ส ญชาต ไทย (๒) ม อาย ไม ต ากว าสามส บห าป (๓) ไม เป นข าราชการการเม อง ผ ด ารงต าแหน งทางการเม อง สมาช กสภาท องถ น ผ บร หาร ท องถ น กรรมการหร อผ ด ารงต าแหน งท ร บผ ดชอบในการบร หารพรรคการเม อง สมาช กพรรคการเม อง หร อเจ าหน าท ในพรรคการเม อง (๔) ไม เป นข าราชการซ งม ต าแหน งหร อเง นเด อนประจ า เว นแต เป นข าราชการ หร อ พน กงานผ ด ารงต าแหน งอาจารย ในมหาว ทยาล ยของร ฐ (๕) ไม เป นคนไร ความสามารถหร อคนเสม อนไร ความสามารถ (๖) ไม เป นบ คคลล มละลาย (๗) ไม เคยต องค าพ พากษาถ งท ส ดให จ าค ก ไม ว าจะได ร บโทษจ าค กจร งหร อไม เว นแต เป น โทษส าหร บความผ ดท ได กระท าโดยประมาทหร อความผ ดลห โทษ มาตรา ๙ นอกจากการพ นจากต าแหน งตามวาระตามมาตรา ๗ กรรมการผ ทรงค ณว ฒ พ นจากต าแหน ง เม อ (๑) ตาย (๒) ลาออก (๓) ขาดค ณสมบ ต หร อม ล กษณะต องห ามตามมาตรา ๘ (๔) คณะร ฐมนตร ให ออก
หน า ๙ ในกรณ ท กรรมการพ นจากต าแหน งก อนวาระ คณะร ฐมนตร อาจแต งต งผ อ นเป นกรรมการ แทนได และให ผ ท ได ร บแต งต งให ด ารงต าแหน งแทนอย ในต าแหน งเท าก บวาระท เหล ออย ของกรรมการ ซ งตนแทน มาตรา ๑๐ คณะกรรมการม อ านาจหน าท ด งต อไปน (๑) จ ดท าแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต และแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศ กระบวนการย ต ธรรมเสนอต อคณะร ฐมนตร (๒) เสนอแนะและให ความเห นเก ยวก บการก าหนดนโยบายและแนวทางการบร หารงาน ย ต ธรรมต อคณะร ฐมนตร (๓) พ จารณาให ความเห นเก ยวก บการบร หารงานย ต ธรรมท คณะร ฐมนตร ขอให พ จารณา (๔) ประสานงานระหว างหน วยงานของร ฐ หร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงาน ย ต ธรรม หร อรายงานต อคณะร ฐมนตร เพ อให เก ดความร วมม อในการประสานงานระหว างหน วยงาน ของร ฐ หร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรม เพ อแก ไขข อข ดข องท เป นอ ปสรรคต อ การบร หารงานย ต ธรรม ส งเสร มความร วมม อในการบร หารงานย ต ธรรม หร อการด าเน นการตามแผน แม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต และแผนแม บทเทคโนโลย สารสนเทศกระบวนการย ต ธรรม (๕) ศ กษา ว เคราะห และประเม นผลการบ งค บการให เป นไปตามกฎหมายหร อการปฏ บ ต ตามแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต เพ อแก ไขป ญหาอ ปสรรคท เก ดข น (๖) ศ กษา ว เคราะห และท าการศ กษาว จ ยเพ อก าหนดแนวทาง กลย ทธ และมาตรการ ในการปร บปร งและพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรม หร อการด าเน นการตามแผนแม บทการบร หารงาน ย ต ธรรมแห งชาต ให เป นไปโดยม ประส ทธ ภาพและส มฤทธ ผลและเสนอแนะต อคณะร ฐมนตร หน วยงานของร ฐ หร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมเพ อพ จารณา (๗) ประชาส มพ นธ และเผยแพร ความร เก ยวก บการบร หารงานย ต ธรรม จ ดประช ม ส มมนา ฝ กอบรม หร อเสนอแนะหน วยงานของร ฐ หร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมในการ เผยแพร ความร ท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรม (๘) ก าก บด แลการจ ดท ารายงานประจ าป ของส าน กงานตามมาตรา ๑๖ (๖) เพ อเสนอต อ คณะร ฐมนตร (๙) ก าหนดระเบ ยบอ นใดเพ อปฏ บ ต การให เป นไปตามพระราชบ ญญ ต น (๑๐) ปฏ บ ต การอ นตามท ก าหนดไว ในพระราชบ ญญ ต น หร อกฎหมายอ น
หน า ๑๐ มาตรา ๑๑ คณะกรรมการอาจวางระเบ ยบ ข อบ งค บ ส าหร บการประช มของคณะกรรมการ เป นการเฉพาะเร องหร อท วไปก ได หากไม ม ระเบ ยบ ข อบ งค บ ก าหนดไว เป นอย างอ น การประช มของ คณะกรรมการให เป นไปตามมต ของท ประช มคณะกรรมการ ในกรณ ท กรรมการคนใดเสนอเร องเพ อให คณะกรรมการพ จารณา คณะกรรมการต องจ ดให ม การประช มเพ อพ จารณาเร องท เสนอน นโดยเร ว มาตรา ๑๒ การประช มคณะกรรมการต องม กรรมการมาประช มไม น อยกว าก งหน งของ จ านวนกรรมการท งหมดจ งจะเป นองค ประช ม ในการประช มของคณะกรรมการ ถ าประธานกรรมการและรองประธานกรรมการไม มา ประช มหร อไม อย ในท ประช ม ให กรรมการท มาประช มเล อกกรรมการคนหน งเป นประธานในท ประช ม การว น จฉ ยช ขาดของท ประช มให ถ อเส ยงข างมาก กรรมการคนหน งให ม เส ยงหน งในการ ลงคะแนน ถ าคะแนนเส ยงเท าก นให ประธานในท ประช มออกเส ยงเพ มข นอ กเส ยงหน งเป นเส ยงช ขาด มาตรา ๑๓ คณะกรรมการอาจแต งต งคณะอน กรรมการหร อคณะท างานเพ อพ จารณาหร อ ปฏ บ ต การตามท คณะกรรมการมอบหมายได การประช มของคณะอน กรรมการหร อคณะท างานตามวรรคหน ง ให น าความในมาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช บ งค บโดยอน โลม มาตรา ๑๔ ในการปฏ บ ต หน าท คณะกรรมการ คณะอน กรรมการหร อคณะท างาน อาจขอให หน วยงานของร ฐ องค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรม และเจ าหน าท ของร ฐจ ดส งเอกสาร ข อม ล และช แจงข อเท จจร งเพ อประกอบการพ จารณาได ตามความจ าเป น มาตรา ๑๕ ให กรรมการ อน กรรมการ คณะท างาน เลขาน การ และผ ช วยเลขาน การได ร บ ค าตอบแทนตามท คณะร ฐมนตร ก าหนด หมวด ๒ ส าน กงานก จการย ต ธรรม มาตรา ๑๖ ให ส าน กงานก จการย ต ธรรม กระทรวงย ต ธรรม เป นหน วยงานร บผ ดชอบงาน เลขาน การของคณะกรรมการ โดยม อ านาจหน าท ตามท กฎหมายก าหนดและให ม อ านาจหน าท ด งต อไปน ด วย
หน า ๑๑ (๑) ส ารวจ ศ กษา ว เคราะห ว จ ย เสนอแนะและพ ฒนาระบบงานย ต ธรรม ตลอดจน นโยบายท เก ยวก บการบร หารงานย ต ธรรมของประเทศ เพ อให เหมาะสมก บการพ ฒนาเศรษฐก จและ ส งคมของประเทศ (๒) ด าเน นการเก ยวก บการจ ดท าแผน แนวนโยบาย และแนวทางการบร หารงานย ต ธรรม ของประเทศ ตลอดจนรายงานต าง ๆ ตามมต ของคณะกรรมการ หร อเสนอข อม ลและความค ดเห น ต อคณะกรรมการเพ อพ จารณา (๓) ประสานการด าเน นการในด านเทคโนโลย สารสนเทศกระบวนการย ต ธรรม รวมท ง เผยแพร ข อม ลสารสนเทศเก ยวก บงานย ต ธรรมแก สาธารณชน (๔) ฝ กอบรมและพ ฒนาความร เก ยวก บการบร หารงานย ต ธรรมให แก บ คคลท เก ยวข อง (๕) ร วมม อและประสานงานทางว ชาการหร อด านอ นก บหน วยงานหร อองค กรท เก ยวข องก บ การบร หารงานย ต ธรรมท งภายในและต างประเทศ (๖) จ ดท ารายงานประจ าป เก ยวก บการปฏ บ ต หน าท ของคณะกรรมการเพ อเสนอต อ คณะร ฐมนตร (๗) ปฏ บ ต การอ นใดตามท กฎหมายก าหนดให เป นหน าท ของส าน กงาน หร อตามท คณะกรรมการมอบหมาย มาตรา ๑๗ เพ อประโยชน ในการบร หารงานของส าน กงาน นายกร ฐมนตร อาจม ค าส งให ข าราชการหร อล กจ างของส วนราชการอ นท เก ยวข อง หร อส าน กงานอาจขอให คณะร ฐมนตร ม มต ให พน กงานหร อล กจ างของร ฐว สาหก จ หร อหน วยงานอ นของร ฐ ไปช วยปฏ บ ต งานเป นเจ าหน าท ของ ส าน กงานได โดยถ อว าเป นการปฏ บ ต ราชการหร อปฏ บ ต งานตามปกต โดยจะให ไปช วยปฏ บ ต งาน เต มเวลา บางเวลา หร อนอกเวลาก ได คณะร ฐมนตร อาจก าหนดค าตอบแทนให แก ผ ไปช วยปฏ บ ต งานตามวรรคหน งด วยก ได หมวด ๓ ความร วมม อในการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรม มาตรา ๑๘ เพ อประโยชน ให ม การวางแผนและด าเน นการเก ยวก บการบร หารงานย ต ธรรม ของประเทศให เป นไปโดยสอดคล องก น และม ประส ทธ ภาพในการอ านวยความย ต ธรรมแก ประชาชน
หน า ๑๒ ตลอดจนการใช ทร พยากรให เก ดประส ทธ ผลส งส ด ให คณะกรรมการจ ดท าแผนแม บทการบร หารงาน ย ต ธรรมแห งชาต ข นเป นแนวทางส าหร บความร วมม อในการบร หารงานย ต ธรรมระหว างหน วยงานของ ร ฐและองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรม แผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ให เป นแผนระยะส ป โดยแสดงท ศทางของการ พ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรม ซ งม สาระส าค ญในเร องด งต อไปน (๑) การประสานแนวทางการบร หารงานย ต ธรรมของหน วยงานของร ฐ และองค กร ท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมแต ละแห งเพ อให เก ดบ รณาการในภาพรวมท สอดคล องก บ สภาพส งคมและการพ ฒนาประเทศในด านต าง ๆ (๒) มาตรการเพ อป องก นและแก ไขป ญหาท เก ดข นในการบร หารงานย ต ธรรมของประเทศ (๓) แนวทางการพ ฒนาการบร หารงานย ต ธรรมเพ อประโยชน ในการน ามาใช แก ไขป ญหา ด านต าง ๆ ของประเทศ (๔) แนวทางการปฏ บ ต งานให เก ดความร วมม อในการบร หารงานย ต ธรรม เพ อให ม ประส ทธ ภาพและอ านวยความย ต ธรรมแก ประชาชน (๕) ความร วมม อด านเทคโนโลย สารสนเทศกระบวนการย ต ธรรมเพ อประโยชน ในการใช ทร พยากรร วมก นท ม ประส ทธ ภาพในการบร หารงานย ต ธรรม (๖) การด าเน นการอ นใดเพ อประโยชน ในการบร หารงานย ต ธรรม มาตรา ๑๙ การจ ดท าแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต นอกจากต องอย ภายใต บ งค บมาตรา ๔ แล ว จะต องไม ข ดแย งก บแนวทางตามบทบ ญญ ต ของร ฐธรรมน ญ และตามกฎหมายเก ยวก บ การบร หารราชการท เป นอ สระของศาล หน วยงานของศาล และหน วยงานท เป นอ สระตามร ฐธรรมน ญด วย ในกรณ ท ม ข อค ดเห นจากศาล หน วยงานของศาล หร อหน วยงานท เป นอ สระตามร ฐธรรมน ญว า ข อก าหนดในแผนแม บทข อใดอาจจะม ล กษณะท ข ดต อวรรคหน ง ให คณะกรรมการน าไปพ จารณา ปร บปร งแผนแม บทตามข อค ดเห นน น ในการจ ดท าแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ให คณะกรรมการพ จารณาโดยให ม การร บฟ งความค ดเห นและการม ส วนร วมของประชาชนด วย มาตรา ๒๐ ให คณะกรรมการเสนอแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ต อคณะร ฐมนตร เพ อให ความเห นชอบ และเม อได ประกาศในราชก จจาน เบกษาแล วให ใช บ งค บได
หน า ๑๓ เม อแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ใช บ งค บแล ว ให หน วยงานของร ฐ หร อ องค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมน าไปพ จารณาด าเน นการตามอ านาจหน าท เพ อให สอดคล องก บแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต โดยให หน วยงานท เก ยวข องจ ดสรรงบประมาณ สน บสน นเพ อให สามารถปฏ บ ต งานตามแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ได ในกรณ ท สภาพการณ เปล ยนแปลงไปในระหว างท แผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ใช บ งค บ คณะกรรมการอาจด าเน นการปร บปร งแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ให เหมาะสม ก บสภาพการณ น นได และเสนอคณะร ฐมนตร เห นชอบเพ อประกาศในราชก จจาน เบกษาต อไป มาตรา ๒๑ ให คณะกรรมการม หน าท พ จารณาผลการปฏ บ ต งานตามแผนแม บท การบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต และรายงานให คณะร ฐมนตร ทราบท กป ในกรณ ท ม ป ญหาอ ปสรรค ไม อาจด าเน นการตามแผนได ให คณะกรรมการรายงานให คณะร ฐมนตร ทราบถ งป ญหาอ ปสรรคและ แนวทางแก ไขด วย ในกรณ ท หน วยงานของร ฐหร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมใด ไม อาจ ด าเน นการให สอดคล องก บแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต ได ให แจ งคณะกรรมการทราบ เพ อพ จารณาเสนอคณะร ฐมนตร ปร บปร งแผนแม บทการบร หารงานย ต ธรรมแห งชาต หร อแก ไขป ญหา อ ปสรรคให แก หน วยงานของร ฐหร อองค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมน น ผ ร บสนองพระบรมราชโองการ พ นต ารวจโท ท กษ ณ ช นว ตร นายกร ฐมนตร
หน า ๑๔ หมายเหต :- เหต ผลในการประกาศใช พระราชบ ญญ ต ฉบ บน ค อ โดยท งานด านกระบวนการย ต ธรรมน น ม ความจ าเป นต อการสร างความสงบเร ยบร อยให เก ดข นแก ส งคม ท งในด านการป องก นและแก ไขป ญหา อาชญากรรม การค มครองความปลอดภ ยของประชาชน การค มครองส ทธ และเสร ภาพให ก บประชาชน การบ งค บการให เป นไปตามกฎหมายและให เก ดความสะดวกแก ประชาชน แต เน องจากในป จจ บ นองค กร ท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรมม อย หลายองค กร ซ งม หน าท ร บผ ดชอบตามกฎหมายในแต ละด านแยกจากก น จ งม ป ญหาในการบร หารงานด านกระบวนการย ต ธรรมท ย งไม ม ความเช อมโยง เพ อแก ไขป ญหาให ครบถ วน ท กด านไปพร อมก น ฉะน นเพ อให เก ดความร วมม อในการประสานการบร หารงานย ต ธรรมของชาต ให เป นไป โดยสอดคล องก น และม การพ ฒนาอย างเป นระบบ ซ งจะท าให การอ านวยความย ต ธรรมม ประส ทธ ภาพ และตอบสนองต อความต องการของส งคม สมควรส งเสร มให องค กรท เก ยวข องก บการบร หารงานย ต ธรรม ซ งม ความเช ยวชาญในการใช กฎหมายด านต าง ๆ ได ร วมก นวางแผนการบร หารงานย ต ธรรมและแก ไขป ญหา อ ปสรรคในกระบวนการย ต ธรรม เพ อใช เป นแนวทางในการพ ฒนากระบวนการย ต ธรรมให เก ดประโยชน ต อประเทศได ต อไป จ งจ าเป นต องตราพระราชบ ญญ ต น